**Spoiler : #JokerGame EP10-11, about Miyoshi and the story of that soldier who try to investigate Yuki-San**
#SakumaMiyoshi
---
"เรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้ามาในประเทศเพื่อนบ้าน ทว่ากลับถูกทหารจับได้ หลังจากผ่านไปหลายวันก็ได้รับการปล่อยตัว เขาเดินไปที่สวนสาธารณะ ค้นพบว่าเวลาสิบปีที่ผ่านมาทุกอย่างที่เขาทำไปมันสูญสิ้นลงทั้งหมด และในตอนนั้นเอง ใบหน้าของคนรักของเขาก็แวบขึ้นมาในความคิด"
ซาคุมะขมวดคิ้วหลังจากได้ฟังคำเล่านั้นในเวลาเช้าตรู่ เอาจริงๆแล้วดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเสียด้วยซ้ำ เขานอนอยู่บนเตียง บนร่างเปลือยเปล่า จ้องไปยังชายหนุ่มอีกคนที่กำลังเจื้อยแจ้วอยู่อีกฟากหนึ่งอย่างไม่ค่อยเข้าใจความคิดอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก
...แหงล่ะ เขาเป็นแค่ทหารตาดำๆคนนึง จะไปเข้าใจสายลับที่กุมความลับสุดยอดของประเทศชาติไว้ได้อย่างไรกัน
"สุดท้ายแล้ว ชายคนนั้นก็คิดขึ้นมาได้ว่า 'หากสายลับเดินทางมาจนถึงทางแยก และในตอนนั้นใบหน้าของคนรักโผล่ขึ้นมาในความคิดเป็นอย่างแรก แสดงว่าได้เวลาถอนตัวแล้ว'" มิโยชิกล่าวเช่นนั้น ยกแขนขึ้นเท้าคางพลางเอียงคอมองเขา ผ้าห่มที่ปิดอยู่ที่อกตกลงมาอย่างหมิ่นเหม่ "...ฟังแล้วคิดว่ายังไงบ้างครับ ? ซาคุมะซัง"
"อ่า..." เขาคงต้องตอบว่าเขาไม่รู้จะมองไปทางไหนดี จึงได้แต่หันหน้าไปอีกข้างหนึ่ง ใบหน้าขึ้นสีเรื่ออย่างไม่ได้ตั้งใจ ...ทั้งที่ควรจะชินกับภาพตรงหน้าได้แล้ว "...ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องสายลับหรอก แต่คิดว่าก็ดีแล้วล่ะนะที่ผู้ชายคนนั้นยังมีคนรักให้กลับไปหาน่ะ"
แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาที่ข้างหู "..สมเป็นซาคุมะซังจริงๆ"
"ห-หา ?"
"ที่ผมจะสื่อก็คือ ถึงไม่ได้เขียนหรือตั้งกฎเอาไว้อย่างชัดเจน แต่คนเป็นสายลับน่ะ ห้ามมีความรักหรือความผูกพันธ์ ห้ามมีอารมณ์ร่วมใดๆกับคนรอบข้าง ที่พันโทยูกิไม่ให้ผู้หญิงมาทำงานนี้ เพราะความรู้สึกส่วนเกินอย่างนั้นต่างหาก" ชายหนุ่มเบื้องหน้ายังคงยิ้ม ผมสีน้ำตาลแสกที่มักกระดกขึ้นมาลู่ลงเล็กน้อย ในขณะที่นัยน์ตาสีเดียวกันกลับสะท้อนแววลึกลับจนอ่านไม่ออก ซาคุมะเงียบไป พอจะเข้าใจขึ้นมาอย่างรางๆ
นี่เป็นคำเตือน คำเตือนว่าถึงจะผูกพันธ์กันเท่าไหร่ หรือแม้แต่มีความสัมพันธ์ทางกายกันก็ตาม เขาจะไม่ได้รับความรู้สึกส่วนเกินนั่นมาครอบครอง
...เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นสายลับนั่นเอง
คนเป็นสายลับ อยู่ไม่ติดที่ บางครั้งก็ไปแฝงตัว แปลงเป็นคนที่ไม่รู้จักและไปอยู่ในต่างแดนนานเป็นปี เป็นชีวิตที่ความตายอาจจะมาเยือนตรงหน้าเมื่อไหร่ก็ได้ การที่ไม่มีครอบครัวหรือคนรักย่อมจะสบายใจเสียกว่า ช่างเป็นงานที่ต้องเสียสละตนเองเหลือเกิน ..ทั้งหมดนั่น ก็เพื่อชาติบ้านเมืองสินะ ?
หากว่าเป็นเช่นนั้นแล้ว ชาติบ้านเมืองให้อะไรตอบแทนพวกเขากัน
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอย่างที่คิดออกไป ซาคุมะเพียงแค่โน้มตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย แตะริมฝีปากมอบจุมพิตให้แผ่วเบา
"ถ้าอย่างนั้น นี่ก็ไม่ใช่ความรัก"
ให้คิดเสียว่านี่เป็นเพียงคำนิยามที่ไม่มีชื่อเรียก จะให้มันเป็นความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีอะไรเป็นหลักยึดเหนี่ยว ขอเพียงแค่... พวกเขาได้อยู่ด้วยกันเท่านี้ก็เพียงพอ
และในความมืดที่เห็นแสงอาทิตย์เริ่มปรากฎขึ้นมารำไร เขาก็เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคำตอบ มิโยชิคงเข้าใจแล้วว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร
ใช่แล้ว... เท่านี้ก็เพียงพอ
เขาเคยคิดหลายครั้ง ในห้วงคำนึงครั้งสุดท้ายก่อนจะตาย เขาจะคิดถึงอะไรกันนะ
และในยามที่เผชิญกับมันขึ้นมาจริงๆ เขากลับนึกถึงยามเช้าของวันนั้น เตียงนอนอันอบอุ่น ใบหน้าขวยเขินของชายคนนั้น คำพูดที่แฝงไปด้วยความเชื่อมั่น และจุมพิตที่ทำให้ไหวหวั่นท่ามกลางแสงอาทิตย์
ซาคุมะซัง คุณบอกว่ามันไม่ใช่ความรัก แต่ผมกลับหวังให้มันเป็นเหลือเกิน
คิดอย่างนั้นพลางเหลือบมองคอเสื้อเปื้อนเลือดของตนเอง แล้วคำพูดนั้นที่ตัวเองเคยพูดก็ดังขึ้นมาในหัว
'หากสายลับเดินทางมาจนถึงทางแยก และในตอนนั้นใบหน้าของคนรักโผล่ขึ้นมาในความคิดเป็นอย่างแรก แสดงว่าได้เวลาถอนตัวแล้ว'
อา นั่นสินะ... มิโยชิยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง รู้สึกตัวว่าเสียเลือดมากแล้วกับแผลที่กลางลำตัว และสติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางลงทุกขณะ
มันคงได้เวลาแล้ว เขาคงได้เวลาถอนตัวสักที.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น